การประกวดแข่งขันประชันเสียง

การประกวดแข่งขันประชันเสียง

การประกวดแข่งขันนกกรงหัวจุกในประเทศไทย ได้จัดให้มีการประกวดในครั้งแรกที่จังหวัดสงขลา ประมาณปี 2519 ต่อมาก็มีผู้นิยมเลี้ยงนกกรงหัวจุกไปแทบทุกภาคของประเทศไทย ซึ่งมีการประกวดแข่งขันตั้งแต่ระดับหมู่บ้าน จนถึงระดับประเทศ และกลายเป็นวิธีชีวิตที่ผูกพันกับคนไทย เหตุที่นกกรงหัวจุกเป็นทีนิยมเลี้ยง ก็เพราะนกกรงหัวจุกมีเสน่ห์ ดังนี้
– มีรูปทรงสวยงาม จุกที่หัวเป็นจุดเด่น มีขนสีแต่งแต้มดูแล้วสวยงามดี เช่น จุดสีแดงที่ใต้ตา สีขาวที่แก้ม สีแดงส้มที่โคนหางด้านใน มีขนหน้าอกสีขาวเป็นปุยเหมือนสำลี
– มีรูปร่างกะทัดรัดสมส่วน เป็นนกขนาดไม่เล็กและใหญ่จนเกินไป
– มีท่าที ลีลา การกระโดดดูแล้วสวยงาม
– มีน้ำเสียงดี เสียงหวานก้องและกังวาน ได้ฟังแล้วเพลิดเพลินดีเหมือนคนชอบร้องเพลง และฟังเพลง
– สำนวนที่ร้องดี สามารถร้องเป็นเพลง ในแบบของนกได้
– มีเสียงร้อง รก ซึ่งเป็นเสียงร้องขู่ หรือข่มขวัญคู่ต่อสู้ ซึ่งเป็นช่วงที่นกมีความคึกคักที่สุด
นอกจากมีการประชันเสียงแล้ว ผู้ส่งเข้าประกวดนกกรงหัวจุก ก็ยังมีการประชันความสวยงามของกรงนก และผ้าคลุมกรงนกสวยงามมีหลากสีสัน ดูว่าของใครจะสวยกว่า สำหรับการประกวดแข่งขันประชันเสียงของนกกรงหัวจุก มีขั้นตอนดังนี้

ขั้นตอนที่ 1 ก่อนการประกวดแข่งขัน ต้องมีการดำเนินการ ดังนี้
1.1 การแต่งตั้งคณะกรรมการฝ่ายต่างๆ เพื่อให้การบริหารจัดการประกวดแข่งขันที่กำหนดขึ้น ให้สำเร็จตามความประสงค์และความมุ่งหมาย
1.2 การจัดการประชุมคณะกรรมการทุกฝ่ายเพื่อชี้แจง แบ่งหน้าที่ของแต่ละฝ่ายว่าต้องเตรียมตัวและต้องทำงานอะไรบ้าง สำหรับคณะกรรมการในแต่ละฝ่ายของการประกวดแข่งขัน ควรมีดังต่อไปนี้
1.2.1 คณะกรรมการฝ่ายอำนวยการ มีหน้าที่
1.2.1.1 สนับสนุนการทำงานของทุกฝ่ายและแก้ไขปัญหาในการประกวด
1.2.1.2 รับทราบความก้าวหน้าในการจัดเตรียมงานและผลสำเร็จของการจัดงาน
1.2.1.3 สรุปผลการดำเนินงาน รวมทั้งปัญหา อุปสรรคเพื่อจะได้แก้ไขในการประกวดแข่งขันครั้งต่อไป รวมทั้งชี้แจงให้คณะกรรมการทุกฝ่ายทราบ
1.2.1.4 การเชิญประธานเปิดงานและแขกผู้มีเกียรติมาร่วมงาน
1.2.2 คณะกรรมการฝ่ายเลขานุการ มีหน้าที่
1.2.2.1 จัดการประชุมคณะกรรมการ ประมาณ 3 ครั้ง คือประชุมชี้แจงแบ่งหน้าที่ฝ่ายต่างๆ ประชุมก่อนประกวดเรื่องความพร้อม ประชุมหลังประกวดเพื่อทราบผลการดำเนินการ ปัญหาอุปสรรค และการแก้ไขปัญหาในครั้งต่อไป
1.2.2.2 การจัดเตรียมเอกสารและระเบียบวาระการประชุม รวมทั้งเรื่องที่จะประชุม จัดทำรายงานการประชุม
1.2.2.3 ประสานงานกับฝ่ายต่างๆ ว่ามีปัญหาอะไรบ้าง เพื่อแจ้งให้ฝ่ายอำนวยการทราบ เพื่อจะได้แก้ไขปัญหาก่อนามีการประกวดแข่งขันได้ทันท่วงที
1.2.3 คณะกรรมการฝ่ายการเงิน มีหน้าที่
1.2.3.1 จัดหาผู้สนับสนุน เช่น การหารางวัล สปอนเซอร์ และอื่นๆ ร่วมกับประธานและคณะกรรมการฝ่ายอื่นๆ
1.2.3.2 การจัดทำบัญชีการเงิน เพื่อชี้แจงให้ผู้เกี่ยวข้องอย่างโปร่งใส
1.2.3.3 ร่วมกับฝ่ายลงทะเบียนในการเก็บเงินค่าสมัครในการส่งนกกรงหัวจุกเข้าประกวด
1.2.3.4 การจ่ายเงินให้แก่ฝ่ายต่างๆ ที่มีค่าใช้จ่ายในการประกวด
1.2.3.5 หลังจากประกวดต้องชี้แจงเรื่องการเงินให้คณะกรรมการทราบ
1.2.4 คณะกรรมการฝ่ายสถานที่ มีหน้าที่
1.2.4.1 จัดหาสถานที่ประกวดและจัดเตรียมและติดตั้งวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ในการประกวดแข่งขัน
1.2.4.2 จัดเตรียมเครื่องมือ อุปกรณ์ในการประกวดแข่งขัน
1.2.5 กรรมการฝ่ายพิธีการ มีหน้าที่
1.2.5.1 การเชิยประธานเปิดงาน และแขกผู้มีเกียรติมาร่วมงานร่วมกับฝ่ายอำนวยการ
1.2.5.2 การเชิญคณะกรรมการตัดสินการประกวด
1.2.5.3 การเตรียมคำกล่าวรายงานและคำกล่าวเปิดงาน
1.2.5.4 การมอบสิ่งของรางวัล ร่วมกับฝ่ายตัดสินและฝ่ายประชาสัมพันธ์
1.2.5.5 การทำหนังสือตอบขอบคุณประธานเปิดงาน และคณะกรรมการตัดสิน
1.2.5.6 จัดซื้อสิ่งของรางวัล และจัดเตรียมสิ่งของรางวัลเพื่อมอบให้ผู้ชนะการประกวด
1.2.6 คณะกรรมการฝ่ายลงทะเบียนและรับสมัคร มีหน้าที่
1.2.6.1 จัดเตรียมเอกสารการลงทะเบียน และใบรับสมัคร
1.2.6.2 รับเงินค่าสมัครนกกรงหัวจุกที่ส่งเข้าประกวดร่วมกับฝ่ายการเงิน
1.2.6.3 มอบเบอร์กรงนกให้แก่ผู้ส่งนกเข้าประกวดแข่งขัน
1.2.6.4 ถ้าทำเบอร์กรงหัวจุกแบบถาวรก็ให้เก็บเบอร์กรงหลังจากการประกวดเสร็จแล้ว
1.2.7 คณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ มีหน้าที่
1.2.7.1 จัดทำเอกสารประชาสัมพันธ์ส่งให้ผู้สื่อข่าวทางด้านวิทยุ หนังสือพิมพ์เพื่อเชิญชวนให้ผู้เลี้ยงนกกรงหัวจุกส่งนกเข้าประกวด และเชิญชวนผู้ที่สนใจเข้าชมการประกวด
1.2.7.2 ส่งข่าวการประกวดแข่งขันนกกรงหัวจุกให้ชมรมต่างๆ ทราบและส่งนกเข้าประกวด
1.2.7.3 เชิญผู้สื่อข่าวมารับฟังการแถลงข่าวก่อนการประกวดและในวันประกวดก็เชิญให้มาทำข่าวการประกวดแข่งขันด้วย
1.2.7.4 ถ่ายภาพกิจกรรมในวันประกวด เพื่อเก็บเป็นผลงาน
1.2.7.5 ในวันประกวดแข่งขัน ต้องมีโฆษณาพูดชี้แจงถึงรายละเอียดต่างๆ ในการประกวด
1.2.7.6 การจัดเตรียมเครื่องเสียง
1.2.7.7 ประกาศผลผู้ชนะการประกวดและประกาศให้ผู้ชนะการประกวดไปติดต่อกับฝ่ายพิธีการที่เต้นท์อำนวยการ เพื่อเตรียมตัวและเข้ารับรางวัล โดยต้องประสานงานกับฝ่ายตัดสินและฝ่ายพิธีการด้วย
1.2.7.8 จัดที่นั่งให้ผู้ชนะการประกวด เพื่อเข้ารับรางวัล
1.2.7.9 การมอบรางวัลให้แก่ผู้ชนะการประกวด
1.2.8 คณะกรรมการฝ่ายต้อนรับ มีหน้าที่
1.2.8.1 ต้อนรับประธานเปิดงาน และต้อนรับแขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมงานกับประธานจัดงาน
1.2.8.2 ต้อนรับคณะกรรมการตัดสิน
1.2.8.3 จัดเตรียมเครื่องดื่ม ผ้าเย็นให้ประธานเปิดงาน แขกผู้มีเกียรติและคณะกรรมการ
1.2.8.4 เมื่อเสร็จสิ้นการประกวดแข่งขันแล้ว ก็มีหน้าที่ส่งประธานเปิดงาน แขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมงาน และคณะกรรมการตัดสินร่วมกับประธานจัดงาน
1.2.9 คณะกรรมการฝ่ายตัดสินการประกวด มีหน้าที่
1.2.9.1 จัดเตรียมใบบันทึกคะแนนให้คณะกรรมการตัดสิน
1.2.9.2 เชิญคณะกรรมการตัดสินมาชี้แจงรายละเอียดในเรื่อง การตัดสินในครั้งนี้มีกี่รางวัล มีการตัดสินกี่ยกๆ ละกี่นาทีเพื่อกรรมการตัดสินจะได้ตัดสินได้ตรงกับรางวัลที่มีอยู่
1.2.9.3 จัดเจ้าหน้าที่จับเวลาในการประกวดแต่ละยก
1.2.9.4 จัดทำบอร์ดหรือป้ายแสดงผลคะแนนของนกที่ส่งเข้าประกวดแต่ละตัวและรวมผลคะแนนแต่ละยก และผลการตัดสินชนะเลิศ
1.2.9.5 จัดเจ้าหน้าที่ประสานงานในการรับและส่งใบบันทึกคะแนนกับกรรมการตัดสิน มาให้เจ้าหน้าที่รวมีคะแนนที่ป้ายแนสดงผลคะแนน
1.2.9.6 สรุปผลการตัดสินชนะเลิศให้ฝ่ายพิธีการและฝ่ายประชาสัมพันธ์ เพื่อประกาศผลผู้ชนะเลิศ และให้ไปรับรางวัลที่เต้นท์อำนวยการ
1.2.10 คณะกรรมการฝ่ายประเมินผล มีหน้าที่
1.2.10.1 จัดทำแบบสอบถาม เพื่อถามผู้ส่งนกเข้าประกวดและผู้สนใจที่มาร่วมงานหรือชมการประกวด ในเรื่องความคิดเห็น การจัดงาน เพื่อนำข้อมูลไปแก้ไขในครั้งต่อไป
1.2.10.2 การประเมินผลโดยการสังเกตผู้ส่งนกเข้าประกวด และผู้มาชมว่าเขาพูดคุยอะไรบ้างในเรื่องการประกวดครั้งนี้ อาจถามด้วยวาจาก็ได้
1.2.10.3 สรุปผลการประเมินให้คณะกรรมการทราบในที่ประชุม

ขั้นตอนที่ 2 การจัดสถานที่ประกวดแข่งขัน มีดังนี้

2.1 การหาสถานที่ประกวด ควรเป็นที่โล่งเตียน พอเพียงกับการตั้งราวเหล็กแขวนกรงนก การตั้งเต้นท์อำนวยการ และอื่นๆ ที่จอดรถของกรรมการของประธานเปิดงาน ของผู้ส่งนกเข้าประกวด และผู้สนใจมาชมงาน โดยต้องจัดหาสถานที่ก่อนการประกวดประมาณ 1 เดือน ยกเว้นว่ามีสถานที่อยู่แล้ว
2.2 การจัดสถานที่จัดการประกวดแข่งขัน ควรไปจัดสถานที่ก่อนจัดงานอย่างน้อย 2 วัน ซึ่งวัสดุอุปกรณ์ที่ต้องจัดมี ดังนี้
2.2.1 โต๊ะรับแขก
2.2.2 โพเดี่ยมประธานและผู้กล่าวรายงาน
2.2.3 เก้าอี้รับแขกเชิญกรรมการและผู้สื่อข่าว
2.2.4 โต๊ะเก้าอี้รับสมัคร
2.2.5 โต๊ะเก้าอี้วางเครื่องเสียง
2.2.6 เต้นท์
2.2.7 ราวแขวนกรงนกประกวด
2.2.8 โต๊ะเก้าอี้และอุปกรณ์จับเวลาตัดสิน
2.2.9 โต๊ะวางสิ่งของรางวัล
2.2.10 เบอร์กรงนก
2.2.11 บอร์ดหรือป้ายรวมคะแนน
2.2.12 เครื่องดื่ม
2.3 ราวแขวนกรงนกเข้าประกวดแข่งขัน จะเป็นแป๊บเหล็กที่เป็นแป๊บน้ำประปา หรือเหล็กอย่างอื่นๆ ก็ได้ แต่ที่นิยมเป็นแป๊บประปา มีขนาด 1 นิ้ว ทั้งขาตั้งและราวแขวนกรงนก ซึ่งมี 2 แบบ ดังนี้
แบบที่ 1 แบบแขวนกรงนกได้ 3 กรง ใช้แป๊บเหล็กติดที่ราว แต่ละห่วงห่างกันประมาณ 80 เซนติเมตร ความสูงของเสาประมาณ 250 เซนติเมตร
แบบที่ 2 แบบแขวนกรงนกได้ 4 กรง ใช้แป๊บเหล็กประปายาวประมาณ 320 เซนติเมตร มาทำราวแขวนกรงนก โดยอ๊อกห่วงเหล็กติดที่ราว จำนวน 4 ห่วง ความสูงของเสาประมาณ 250 เซนติเมตร จากนั้นให้นำเสาเหล็กและราวเหล็กแขวนกรงนกมาประกอบกันเป็นโครงสร้าง เมหือนตาหมากรุก และแบ่งเป็นล๊อคๆ สำหรับไว้แขวนนกและกรงนกที่ส่งเข้าประกวด
2.4 ใช้เหล็กแป๊บหรือเสาไม้ ที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1 นิ้ว มาตอกเป็นระยะให้ห่างจากราวที่แขวนกรงนกเข้าประกวดประมาณ 3.00 – 3.50 เมตร แล้วนำเชือกมาขึงกันไม่ให้เจ้าของนก หรือผู้มาชมการประกวดเข้าไปใกล้บริเวณกรงนกประกวดในขณะตัดสิน เพราะอาจจะทำให้นกตื่นตกใจไม่ร้องในเวลาเชียร์นก
2.5 สิ่งของรางวัลสำหรับผู้ชนะการประกวดแข่งขัน มีหลายรายการ
2.5.1 รายการประกวดใหญ่ จะเป็นถ้วยพระราชทานของพระบรมวงศานุวงศ์ นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี นักการเมือง ผู้ว่าราชการจังหวัด
2.5.2 รายการประกวดรอง รางวัลจะเป็นร้อยทอง เครื่องฟ้าฟ้า รถจักรยาน กรงนก และอื่นๆ
2.5.3 รายการประกวดเล็ก เป็นการประกวดในหมู่บ้าน ตำบล รางวัลจะเป็นรถจักรยาน ผ้าห่ม เครื่องแก้ว กรงนก และอื่นๆ
นอกจากนี้ ยังมีรางวัลสำหรับผู้ส่งนกกรงหัวจุกอีกต่างหาก ซึ่งเป็นสิ่งของรางวัลเล็กๆน้อยๆ การให้รางวัลวิธีนี้ กรรมการจะทำเป็นฉลากเบอร์กรงนกทุกกรงที่ส่งเข้าประกวด แล้วกรรมการก็จะจับฉลากขึ้นมา ถ้าตรงกับเบอร์กรงนกของผู้ส่งเข้าประกวดคนใด คนนั้นก็ได้รับรางวัลสำหรับสิ่งของรางวัลจะมีจำนวนเท่าไหร่นั้น ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการจัดการประกวดว่าจะมีสักกี่รางวัล บางรายการมีของรางวัลมากมาย บางรายการมีสิ่งของรางวัลพอประมาณ
2.6 ค่าสมัครในการส่งนกเข้าประกวดแข่งขัน มีดังนี้
2.6.1 ค่าส่งนกเข้าประกวดสนามเล็ก มีค่าสมัคร 30-60 บาท/นก 1 ตัว
2.6.2 ค่าส่งนกเข้าประกวดสนามกลาง มีค่าสมัคร 100 บาท/นก 1 ตัว
2.6.3 ค่าส่งนกเข้าประกวดสนามใหญ่ มีค่าสมัคร 200-300/นก 1 ตัว

ขั้นตอนที่ 3 การประกวดและตัดสิน (แบบสี่ยก)

3.1 ระยะเวลาที่ส่งนกเข้าประกวดจะเริ่มเวลา 07.30 – 9.30 น.
3.2 เริ่มการตัดสินการประกวดแข่งขันเวลา 10.00 น. จนถึงบ่ายโมงขึ้นไป ขึ้นอยู่กับจำนวนนกที่ส่งเข้าประกวด
3.3 กรรมการจับเวลาการแข่งขัน จะมีอุปกรณ์ ดังนี้
3.3.1 ถังใส่น้ำ เป็นถังพลาสติกขนาดกลาง ใส่น้ำค่อนถัง
3.3.2 กะลามะพร้าวเจาะรูที่ก้น
3.3.3 นกหวีดเป่าบอกเวลา

วิธีการจับเวลา กรรมการจับเวลาจะเป่านกหวีดเสียงดังปิ้ดๆๆๆๆ4-5 ครั้ง แสดงว่าให้กรรมการตัดสินเตรียมตัว จากนั้นก็นำกะลามะพร้าวที่เจาะรูปใส่ในถังน้ำ น้ำก็จะเข้าในรูกะลาจนเต็มกะลาจมน้ำ ใช้เวลา 45 นาที ก็ถือว่าเป็น 1 ยก เมื่อหมดยก กรรมการจับเวลาก็จะเป่านกหวีด ปิ้ดยาวๆ ทำเช่นนี้ไปจนครบ 4 ยก เหมือนกับจับเวลาในการแข่งขันชนไก่
3.4 กติกา การตัดสิน 4 ยก 3 ดอก มีคะแนนเต็ม 12 คะแนน หมายถึง แข่งขัน 4 ครั้ง หรือ 4 ยก ๆ ละ 45 นาที 3 ดอก หมายถึงในแต่ละยก นกกรงหัวจุกต้องร้องตั้งแต่ 3 คำหรือ 3 พยางค์ขึ้นไป หรือที่เรียกว่า ร้องเป็นเพลง ถึง 3 ครั้งขึ้นไป ตัวอย่าง ถ้าร้องว่า ฟิก-เฟี้ยว อย่างเดียวถือว่าร้องไม่เป็นเพลง ไม่ได้คะแนน ถ้าร้องฟิก-เฟี้ยว แล้วมีเสียงสร้อยตามเป็นคำที่ 3 ถึงคำที่ 7 ถือว่าร้องเป็นเพลงและได้คะแนน การให้คะแนนในใบบันทึกคะแนนจะให้คะแนนเป็นล๊อคๆ

การให้คะแนนมีดังนี้
3.4.1 ใน 1 ยก ถ้านกกรงหัวจุกไม่ร้องได้แต่กระโดดไปมา ก็ถือว่าได้คะแนนศูนย์
3.4.2 ใน 1 ยก ถ้านกกรงหัวจุกร้องได้แต่ ฟิก-เฟี้ยว หรือได้ 2 คำตลอดจนหมดยก ก็ถือว่าได้คะแนนศูนย์
3.4.3 ใน 1 ยก ถ้านกกรงหัวจุกร้องได้ ฟิก-เฟี้ยว และมีสร้อยตามเป็นคำที่ 3 ขึ้นไป ก็ถือว่าร้องเป็นเพลง ดังนั้นใน 1 ยก ถ้านกร้องได้เป็นเพลง 1 ครั้ง ก็ถือว่าได้คะแนน 1 คะแนน หรือ 1 ดอก
3.4.4 ใน 1 ยก ถ้านกกรงหัวจุกร้องได้เป็นเพลง 2 ครั้ง ก็ถือว่าได้ 2 คะแนน หรือ 2 ดอก
3.4.5 ใน 1 ยก ถ้านกกรงหัวจุกร้องได้เป็นเพลง 3 ครั้งขึ้นไป ก็ถือว่าได้ 3 คะแนน หรือ 3 ดอก ซึ่งเป็นคะแนนเต็ม คือ 12 คะแนน
3.5 กรรมการตัดสิน
3.5.1 กรรมการตัดสิน ใช้ชุดละ 2 คน ให้กรรมการ 1 คน จะเป็นผู้บอกสัญญาณว่านกกรงหัวจุกกรงไหนร้องหรือไม่ โดยทำมือกางออกมาแล้วทำมือสั่นๆ กรรมการอีก 1 คน จะดูว่านกกรงหัวจุกกรงไหนเบอร์ไหนร้องหรือไม่ร้อง ถ้านกกรงหัวจุกร้องเป็นเพลง ก็จะยกนิ้ว 1 นิ้ว แสดงว่านกร้อง 1 ดอก ยก 2 นิ้ว ก็ 2 ดอก ยก 3 นิ้ว 3 ดอก ก็แสดงว่าในยกนั้นได้คะแนนเต็ม ให้ตามหลักเกณฑ์ ถ้ามีผู้ส่งนกเข้าประกวดแข่งขันมาก ก็เพิ่มกรรมการตัดสิน
3.5.2 กรรมการตัดสินต้องฟังเสียงนกหวีดของกรรมการจับเวลาด้วย
3.5.3 การตัดสิน จะแบ่งเป็นล๊อค ๆ ละ 4 ตัว หรือ 4 กรง แต่เวลาฟังเสียงนกกรงหัวจุกร้องใน 1 ยก จะให้คะแนนครั้งละ 2 ตัว หรือ 2 กรง รวม 4 ยก หรือ 4 ครั้ง ดังนั้นนกกรงหัวจุกแต่ละตัวจะต้องให้คะแนน 4 ครั้ง สำหรับกรณีที่เหลือนกล๊อคสุดท้าย 3 ตัว บางทีกรรมการตัดสินก็จะตัดสิน 3 ตัว หรือ 3 กรงเลย เพราะว่ามีเวลาน้อย

3.6 กรรมการรวมคะแนน
ในแต่ละยกจะมีกรรมการไปรับใบบันทึกคะแนนจากกรรมการตัดสินแล้วมาส่งให้คณะกรรมการรวมคะแนน กรรมการรวมคะแนนก็จะนำใบบันทึกคะแนนมาลงไว้ในบอร์ดหรือป้ายใหญ่ ซึ่งเป็นเบอร์กรงนกแต่ละกรงว่าแต่ละยกแต่ละตัวได้คะแนนเท่าไหร่ เมื่อครบ 4 ยก กรรมการก็รวมคะแนนว่า นกเบอร์ไหนกรงไหนได้คะแนน 12 คะแนน หรือ 12 ดอก ถือว่าได้คะแนนเต็ม ให้กรรมการรวมคะแนน คัดเบอร์นกที่ได้คะแนนเต็มไปให้กรรมการตัดสิน แยกนกและกรงนกที่ได้คะแนนเต็ม มาตัดสินในรอบชิงชนะเลิศอีกครั้งหนึ่ง
3.7 เมื่อการแข่งขันครบ 4 ยกแล้ว ก็จะหยุดพัก 5 นาที เพื่อให้เจ้าของนกที่เข้ารอบชิงชนะเลิศให้น้ำให้อาหารแก่นกกรงหัวจุกของตน เพราะนกเมื่ออยู่กลางแดดและร้อนประกอบกับร้องมาแล้วตั้ง 4 ยก ก็ต้องหิวน้ำ เพราะถ้านกขาดน้ำเสียงจะแทบ ก็เหมือนคนที่พูดมากๆ สำหรับการหยุดพักนี้ ก็เหมือนการแข่งขันไก่ชน เมื่อหมดยก ก็ต้องนำไก่มาให้น้ำ และเช็ดตัวไก่
3.8 ในยกสุดท้ายเป็นยกตัดสินชิงชนะเลิศ
กรรมการจับเวลา กรรมการตัดสิน ก็ทำเช่นเดียวกับการตัดสินครั้งแรก แล้วตัดสินออกมาเป็นครั้งสุดท้าย ตามเท่าที่มีรางวัลให้แก่ผู้ชนะการประกวด โดยกรรมการต้องตัดสินทีละตัว การประกวดแข่งขันประชันเสียงนกกรงหัวจุกนั้น ต้องใช้เวลามาก เพราะต้องตัดสินนกทุกตัวการตัดสินอาจจะมีกรณี ดังนี้
3.8.1 กรณีนกกรงหัวจุกชิงชนะเลิศกัน 5 ตัว เพราะมี 5 รางวัล ถ้านกกรงหัวจุกร้องเป็นเพลง ตัดสินแล้วมีนกได้รางวัลที่ 1 และรางวัลที่ 2 ตัวที่ 3-5 ไม่ร้อง ก็สามารถจับฉลากได้คือจับฉลากรางวัลที่ 3 ที่ 4 และที่ 5
3.8.2 กรณีที่นก่ชิงชนะเลิศทุกตัวไม่ร้องเลย ก็ปล่อยต่อไปจนกว่าว่านกจะร้องแล้วจึงตัดสิน
3.8.3 ถ้าในรอบชิงชนะเลิศฝนตก ก็ให้ใช้วิธีจับฉลากว่าเบอร์ไหน กรงไหนได้รางวัลที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ไปเลย
3.9 การมอบรางวัลให้แก่เจ้าของนกกรงหัวจุกที่ชนะการประกวด
3.9.1 ให้กรรมการฝ่ายตัดสินนำผลการให้คะแนนให้ฝ่ายประชาสัมพันธ์ประกาศ ให้ผู้ชนะได้รับรางวัลไปพบกรรมการฝ่ายพิธีการที่เต้นท์อำนวยการ และให้นำผลการประกวดให้ฝ่ายพิธีการด้วย เพื่อจัดเตรียมรางวัล
3.9.2 กรรมการฝ่ายพิธีการ เมื่อผู้ได้รับรางวัลมาแล้ว ต้องจัดเก้าอี้ให้ผู้ชนะการประกวดนั่งเรียงตามลำดับที่ได้รับรางวัล เพื่อเข้ารับรางวัลต่อไป
3.9.3 กรรมการฝ่ายพิธีการต้องประสานกับกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ในการเชิญประธานในพิธีมอบรางวัลที่โพเดี่ยม และเชิญเจ้าของนกกรงหัวจุกที่ได้รับรางวัล เข้ารับรางวัลจากประธาน
3.9.4 กรรมการฝ่ายพิธีการ ต้องจัดเจ้าหน้าที่นำรางวัลไปให้ประธานในพิธีแล้วประธานในพิธีก็มอบรางวัลให้เจ้าของนกที่ชนะการประกวดต่อไป เป็นการจบการประกวดแข่งขันประชันเสียงนกกรงหัวจุก

 

 

 

 

 

การแข่งขันแบบสากล

การแข่งขันแบบนี้มักจะเน้นที่ความสวยงามนสมส่วนหรือความสง่างามของลีลา และสำนวนเพลงร้องของแต่ละตัวว่าดีหรือไม่ การแข่งขันแต่ละครั้งจะไม่จำกัดยกและการแข่งขันแต่ละครั้ง สิ่งที่ขาดไม่ได้คือ
1. อุปกรณ์สนาม
ราวเหล็กซึ่งทำจากเหล็กแป๊บขนาด 1 นิ้ว นำมาประกอบเป็นราวสูง 2.6 เมตร กว้าง 1.8 เมตร ยาว 2.4 เมตร ความยาวแต่ละช่วงแขวนนกได้ 3 กรง แต่ละกรงห่างกัน 80 เซนติเมตร ทั้งหมดใน 1 ล๊อค สามารถแขวนนกได้ 9 ตัว คือ 3 แถว ใน 1 ล๊อค
2. การแข่งขัน
เพื่อป้องกันความวุ่นวายในระหว่างการเชียร์นกของแต่ละคน ควรมีเชือกแนวกั้นห่างจากราวนก 3.5 เมตร ในการแข่งขันแต่ละครั้ง กรรมการจะทำเบอร์ล๊อคและเบอร์นกเอาไว้ ทำให้ง่ายเวลาให้คะแนน
3. สนาม
การแข่งขันแบบนี้มักจะจัดในที่โล่ง เพื่อให้กว้างพอสำหรับเชียร์นกและพอสำหรับจอดรถ
4. เวลาการแข่งขัน
การแข่งขันแบบสากลจะแบ่งเป็นยกๆ แต่ละยกจะใช้เวลาไม่เท่ากัน แต่ยกแรกจะใช้เวลามากที่สุด เพื่อปล่อยให้นกปล่อยลีลาได้เต็มที่ก่อนจะเข้าสู่การแข่งขัน และคัดเลือกของคณะกรรมการ โดยปกติแล้วแต่ละยกจะใช้เวลาแข่งขันโดยประมาณคือ
4.1 ยกที่ 1   ใช้เวลา 30-40 นาที
4.2 ยกที่ 2   ใช้เวลา 30 นาที
4.3 ยกที่ 3   ใช้เวลา 25 นาที
4.4 ยกที่ 4   ใช้เวลา 25 นาที
4.5 ยกที่ 5   ใช้เวลา 20 นาที
5. การแข่งขัน
การแข่งขันใช้กรรมการ 3 คน/ชุด ทำหน้าที่คัดนกออกให้เหลือเท่ากับจำนวนรางวัลที่จัดไว้ กรรมการทั้งสามคนจะยึดกฏกติกาเดียวกัน โดยจะเดินวนรอบๆ ราวแขวนนกระยะพอประมาณ กรรมการ 1 คนสังเกตนก 6-9 ตัว รอบแรกจะคัดเอานกที่ไม่ร้องหรืออยู่นิ่งๆ ขนพองฟูออก ซึ่งแสดงว่านกไม่มีใจสู้ กรรมการจะจดหมายเลขนกตัวนั้นเอาไว้ ถ้านกตัวใดถูกกรรมการ 2-3 คน จดหมายเลขซ้ำก็ถือว่าตกรอบ นกที่เหลือก็จะถูกยุบเข้าไปอยู่บนราวเดียวกัน เหลือจำนวนน้อยลงไปเรื่อยๆ ให้สังเกตว่ายกที่ 1-3 นกที่ตกรอบเป็นนกที่ไม่สู้ ไม่ร้อง ไม่โชว์ลีลาอะไร

ยกที่ 4 กรรมการจะเน้นที่เสียงร้องเป็นพิเศษ นกที่ผ่านยกที่ 1 – 3 มาได้ แต่ไม่มีเสียงร้องในยกนี้ แม้จะมีลีลาดีเพียงใดก็ต้องตกรอบไปเพราะก่อนจะเข้ารอบรองชนะเลิศ กรรมการจะพิจารณาเสียงเป็นหลัก หลังจากคัดเลือกนกเหลือเท่ารางวัล กรรมการจะหยุดพัก 5 นาที ให้เวลาเจ้าของนกทำให้นกสดชื่น ตื่นตัวและคึกคัก พร้อมเข้าแข่งรอบชิงชนะเลิศ ในช่วงเวลา 5 นาทีนี้ สิ่งที่เจ้าของนกส่วนมากจะทำคือ
– ป้อนอาหารที่เรียกพลัง เช่น ตั๊กแตน หนอน ให้นกอิ่ม ให้มีพลังร้องอย่างเต็มที่ในยกต่อไป
– นำอาหารอื่นที่เหลืออยู่ในกรองออกไปให้หมด ให้เหลือเพียงน้ำอย่างเดียว นก่จะได้ไม่สนใจอาหาร อยากให้ร้องอย่างเดียว
– เปลี่ยนน้ำให้นก เพราะอาจสกปรกและร้อนเกินไป
– ล้างถาดรองรอง ราดน้ำให้เปียก อาศัยไอเย็นจากน้ำช่วยให้นกสดชื่น
รอบชิงชนะเลิศ กรรมการแต่ละคนจะเดินรอบสนามหรือราวนก เพื่อให้คะแนนหลายๆ รอบจนครบหมดทุกตัว ในการตัดสินรอบแรกจะดูนกที่ร้องก่อนนกตัวอื่นๆ โดยตรง ใช้ระยะเวลาในการเดินมให้คะแนนคนละเท่าๆ กัน คือ 1 นาทีต่อ 1 ล๊อค ดูนกประมาณ 3 ตัว เมื่อพบนกตัวใดร้องก็จะจัดการให้คะแนนตามแบบฟอร์ม โดยจะดูลักษณะเสียงร้องและลีลาการร้องประกอบกัน ส่วนนกที่ไม่ร้องในการเดินรอบแรก กรรมการก็จะยังไม่ให้คะแนน แต่ในรอบที่ 2 กรรมการจะต้องให้คะแนนนกที่ครบทุกตัว แม้ว่าจะไม่ร้องก็ตาม เมื่อกรรมการแต่ละตัวตัดสินนก่จนครบทุกตัวก็ถือว่าเป็นการสิ้นสุดการให้คะแนนและสรุปผลการตัดสินต่อไป

แบบฟอร์มการให้คะแนน

แบบที่ 1
น้ำเสียง           45       คะแนน
สำนวน            30       คะแนน
รูปร่าง ลีลา      20       คะแนน
ริก                   5       คะแนน
รวม               100      คะแนน

แบบที่ 2
เสียงร้อง          30      คะแนน
สำนวน             30      คะแนน
ความขยัน         25      คะแนน
ลีลาและรูปร่าง   10      คะแนน
ริก                     5      คะแนน
รวม                100      คะแนน

ที่มา :  คู่มือนกกรงหัวจุก โดย เอกชัย พฤกษ์อำไพ เกษตรและสหกรณ์จังหวัดปัตตานี
สำนักพิมพ์ฐานเกษตรกรรม 2546

 

 

 

Categories: นกกรงหัวจุก | ใส่ความเห็น

เมนูนำทาง เรื่อง

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

สร้างเว็บไซต์หรือบล็อกฟรีที่ WordPress.com.

%d bloggers like this: